ไขมันพอกตับ ภัยเงียบ รักษาช้าเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ ไม่รู้ตัว!

ไขมันพอกตับ ภัยเงียบ รักษาช้าเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ ไม่รู้ตัว!

ปัจจุบันโรคภัยไข้เจ็บถามหาเราได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะโรคที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการกิน
ที่มักเกิดขึ้นได้ง่าย ตรวจสุขภาพทีต้องลุ้นที คอเลสเตอรอลจะเกินไหม ไตรกลีเซอไรด์จะพุ่งหรือไม่
ซึ่งค่าน้ำตาลในเลือดที่มีผลให้เกิดความเสี่ยงสารพัดโรค โดยนอกจากโรคเบาหวานแล้ว ยังมีอีกหนึ่งโรคที่น่ากลัวไม่แพ้กันเลยนั่นก็คือ ไขมันพอกตับ!!
.
ไขมันพอกตับเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่เรารับประทานเข้าไป ไปใช้ได้หมด จึงทำให้เกิดการสะสมอยู่ที่ตับ
ซึ่งภาวะไขมันพอกตับจะมีการดำเนินโรคแบบค่อยเป็นค่อยไป เปรียบเสมือนภัยเงียบที่ค่อยๆ ทำร้ายร่างกายเราโดยไม่รู้ตัว
ส่วนมากคนที่มีภาวะไขมันพอกตับจึงมักไม่มีอาการแสดงของโรค และจะพบว่าเป็นไขมันพอกตับ ก็ต่อเมื่อได้รับวินิจฉัย
เมื่อมาตรวจสุขภาพประจำปี แต่ก็บางคนก็แสดงอาการ เช่น อ่อนเพลีย จุกเสียด แน่นท้อง เจ็บชายโครงขวา เป็นต้น
.
ภาวะไขมันพอกตับโดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นมากในกลุ่มคนที่มี อายุ 40 – 50 ปีขึ้นไป หรือในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง กลุ่มคนอ้วนลงพุง ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก ชอบรับประทานอาหารหวาน ทานของมันของทอด และมักไม่ออกกำลังกาย
.
โดยสาเหตุของภาวะไขมันพอกตับ แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ
จากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์(Alcoholic Fatty Liver Disease)
ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์(Non-Alcoholic Fatty Liver Disease) พบในกลุ่มอ้วนลงพุง ร่วมกับโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง แต่ไขมันดี (HDL Cholesterol)ในเลือดต่ำ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
.
และโรคไขมันพอกตับ แบ่งเป็น 4 ระยะ

  • ระยะที่ 1 ระยะนี้ไขมันจะสะสมอยู่ในเนื้อตับ แต่ยังไม่มีการอักเสบหรือพังผืดเกิดขึ้นในตับ
  • ระยะที่ 2 เป็นระยะที่เริ่มมีการอักเสบของตับ เป็นสาเหตุของผลการตรวจการทำงานของตับ(Liver function test) ผิดปกติ
    โดยไม่มีอาการแสดงพบได้บ่อยถึงร้อยละ60 ของผู้ป่วย
  • ระยะที่ 3 มีการอักเสบรุนแรง ก่อให้เกิดพังผืดในตับ
  • ระยะที่ 4 เกิดพังผืดในตับจำนวนมาก ทำให้ตับแข็งและอาจกลายเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด

.
ภาวะแทรกซ้อนหลังเป็นไขมันพอกตับ หากไม่รักษาหรือดูแลภาวะไขมันพอกตับให้ดี จะทำให้เกิดตับอักเสบ โดยการอักเสบนี้จะทำให้เกิดพังผืดในตับ หากไม่ได้รับการรักษา และปล่อยไว้นานก็จะทำให้พังผืดขยายตัวมากขึ้น และลุกลามจนตับเสื่อมสภาพ กลายเป็นโรคตับแข็งในที่สุด
โดยผู้ป่วยที่เป็นไขมันพอกตับ และติดแอลกอฮอล์ หรือไวรัสตับอักเสบซี จะมีเสี่ยงต่อโรคตับแข็งมากกว่าคนปกติ และหากไม่รีบรักษาอาจนำไปสู่อาการอื่น ๆ ได้แก่ มีของเหลวจำนวนมากในช่องท้อง หรือที่เรียกว่า อาการท้องมาน เส้นเลือดดำในหลอดอาหารโป่งพอง (Esophageal Varices) จนอาจทำให้เกิดการแตกของเส้นเลือด และมีเลือดออกได้ มีอาการมึนงง ง่วงเหงาหาวนอน พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง เนื่องจากโรคสมองจากตับ (Hepatic Encephalopathy) ซึ่งเป็นภาวะตับวาย และไม่สามารถกำจัดของเสียในร่างกาย เกิดการคั่งของของเสีย ส่งผลให้สมองทำงานไม่ปกติ ภาวะตับวายระยะสุดท้าย ส่งผลให้ตับหยุดการทำงานโดยสิ้นเชิงมะเร็งตับ เป็นอาการที่มักพบในผู้ป่วยโรคตับแข็ง
.
อย่างที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้น บอกได้เลยว่า ไขมันพอกตับ ถือเป็นภัยเงียบที่อันตรายไม่ใช่น้อย
หากไม่รีบดูแลรักษาอาจพัฒนาเป็นโรคร้ายที่อันตรายถึงชีวิตได้

.
ดังนั้นควรรีบดูแลตับก่อนสายเกินแก้ ด้วยลิฟพลัสผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงตับ
ที่มีสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติดที่ดีต่อตับกว่า 12 ชนิด ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล
สอบถามได้ที่ 098-264-2464 หรือ LINE: @livplusthailand http://bit.ly/LINE-LIV_031

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:
-โรงพยาบาลพระรามเก้า
(www.praram9.com/articles/ไขมันพอกตับ-ภัยเงียบ-กว่/)
-โรงพยาบาล สมิติเวช
www.samitivejsriracha.com/รายละเอียดบทความ/?id=1045
– โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
www.bumrungrad.com/th/health-blog/july-2015/fatty-liver-silent-killer
– เว็บไซต์พบแพทย์
www.pobpad.com/ไขมันพอกตับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือโทรสั่งซื้อสินค้า

ใส่ความเห็น