รู้ยัง ! ดื่มหนักสะสมจนตับพัง ก็ยังฟื้นฟูได้

รู้ยัง ! ดื่มหนักสะสมจนตับพัง ก็ยังฟื้นฟูได้

“ตับ” เป็นอวัยวะที่มนุษย์ไม่อาจขาดได้เลย เพราะตับเปรียบเหมือนโรงงานศูนย์กลางของร่างกาย ที่คอยขับเคลื่อนชีวิตของเรา ผ่านระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกาย ตับมีหน้าที่ช่วยย่อยอาหารประเภทไขมัน ควบคุมปริมาณไกลโคเจน การสลายเซลล์เม็ดเลือดแดง การสังเคราะห์พลาสมาโปรตีน การผลิตฮอร์โมน และกำจัดสารพิษ เป็นต้น อย่างที่กล่าวไป ตับทำงานควบคู่กับระบบต่างๆในร่างกาย ดังนั้นหากตับไม่แข็งแรง หรือมีปัญหา ก็ย่อมส่งผลต่อร่างกายและชีวิตของเราอย่างแน่นอน

.

เหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำร้ายที่ทำลายสุขภาพ เมื่อดื่มเหล้าเข้าไป เซลล์ตับจะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ที่ได้รับให้กลายเป็น อะเซตตัลดีไฮด์ (acetaldehyde) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง และเร่งเปลี่ยนให้กลายเป็นอะซิเตท ซึ่งจะกระจายไปตามกล้ามเนื้อและสมอง เพื่อเปลี่ยนเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ มีหลักฐานงานวิจัยที่พบว่า อะเซตตัลดีไฮด์ยับยั้งการซ่อมดีเอ็นเอ หรือสารพันธุกรรมที่บาดเจ็บ ส่งผลให้เซลล์เกิดการกลายพันธุ์ได้ง่าย และกลายเป็นเซลล์มะเร็งนั่นเอง อะเซตตัลดีไฮด์ ยังทำให้เซลล์ตับบาดเจ็บ จนระบบเผาผลาญในตับเสียหาย รวมถึงเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ใช้น้ำตาลไม่ได้เต็มที่ ส่งผลต่อระบบเมตาโบลิซึ่มของไขมัน จนทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับ หรือที่เรียกว่าไขมันพอกตับ เมื่อไขมันเกิดการสะสมมากขึ้นๆ จนกลายเป็นเซลล์ไขมันขนาดใหญ่ ที่เบียดเซลล์ตับจนเซลล์ตับเริ่มบาดเจ็บ และเซลล์บางส่วนตายไปกลายเป็นพังผืด ซึ่งจะพัฒนาเป็นโรคตับแข็ง และมะเร็ง

.

แต่ยังมีความหวังสำหรับคนที่ต้องการเยียวยาและฟื้นฟูตับ เนื่องจากการแพทย์ระบุชัดเจนว่า ในระหว่างที่ตับได้รับผลกระทบ เรายังมีวิธีนำตับที่ดีกลับคืนมาได้ ดังนี้

  • หากอยู่ในระยะไขมันแทรกในตับ หรือ Fatty Liver เป็นระยะเริ่มต้น เจอได้บ่อยที่สุดในผู้ดื่มแอลกอฮอล์ โดยผู้ที่มีไขมันแทรกในตับจะมีเอนไซม์ตับผิดปกติประมาณ 50% ตับมีขนาดใหญ่ขึ้น มีผิวเรียบ แต่ถ้าผู้ป่วยหยุดดื่มแอลกอฮอล์ ตับจะสามารถซ่อมแซมตัวเองได้โดยการสร้าง “กลูตาไทโอน” ซึ่งเป็นกระบวนการในการฟื้นฟูซ่อมแซมตัวเองของตับให้กลับมามีสุขภาพที่ดีเหมือนเดิมได้ แต่อาจใช้เวลาในการซ่อมแซม หากอยากให้ซ่อมแซมเร็วขึ้นอาจต้องมีตัวช่วยในการบำรุงตับ เช่น หาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงตับ ที่มีส่วนผสมของอาร์ติโช๊ค และแดนดิไลออน ที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงตับ เป็นต้น

 

  • ระยะตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ เป็นช่วงที่เกิดต่อเนื่องจากไขมันเกาะตับ คนที่ยังไม่หยุดดื่ม เนื้อตับบางส่วนจะเริ่มไม่ทำงานเนื่องจากเซลล์ตับถูกทำลาย และเกิดพังผืดภายในตับ มีเม็ดเลือดขาวปริมาณสูงขึ้น บางรายมีอาการตัวเหลืองมาก ผู้ป่วยในระยะนี้ยังสามารถหยุดยั้งความเสียหายไม่ให้ลุกลามเพิ่มขึ้น ด้วยการหยุดดื่มเหล้า ซึ่งจะช่วยให้ตับได้ฟื้นฟูจนค่าเอนไซม์กลับมาเป็นปกติ แถมพอได้พักตับ สารอาหารในตับก็ไหลเวียนไปใช้ในร่างกายได้มากขึ้น ตับบางส่วนที่ยังไม่เสียหายสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ แต่จะทำงานได้ไม่เหมือนเดิม แต่การฟื้นฟูตับยิ่งตับพังมากยิ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูมากเช่นกัน อาจหาตัวช่วยดีๆ เช่น หาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงตับ มาทานควบคู่ระหว่างการฟื้นฟูจะช่วยให้ตับฟื้นฟูดียิ่งขึ้น

 

  • สุดท้ายคือระยะภาวะตับแข็ง สำหรับคนที่ชอบดื่ม และไม่สามารถหยุดดื่มได้จนตับอักเสบเป็นเวลานาน จะมีพังผืดคลุมจนทั่วตับ เซลล์ตับหยุดทำงาน ร่างกายจะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย ผอมลง น้ำหนักลด มีสารพิษตกค้างในร่างกาย คันตามร่างกาย อาการตัวเหลืองตาเหลืองที่เรียกว่าดีซ่าน น้ำคั่งในท้อง ขาบวม เซลล์ตับกลายพันธุ์กลายเป็นมะเร็งตับ และตับที่ไม่สามารถทำลายสารพิษได้ จนต้องส่งสารพิษไปทิ้งที่ไต ส่งผลให้เกิดไตวายตามมาอีกด้วย ระยะสุดท้ายนี้ฟื้นฟูตับได้ยาก

.

ดังนั้นจึงควรรีบฟื้นฟูบำรุงตับก่อนสายเกินแก้ด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงตับ ลิฟพลัส ซึ่งมีสารสกัดจากสมุนไพรที่ดีต่อตับกว่า 12 ชนิด ซึ่งล้วนทั้งมีคุณสมบัติบำรุงตับ จึงช่วยฟื้นฟูตับให้แข็งแรง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลิฟพลัสผ่านการรับรองมาตรฐานสากล

สอบถามได้ที่ 098-264-2464 หรือ LINE: @livplusthailand หรือคลิก >> http://bit.ly/LINE-LIV_031

.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

สำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ (https://www.thaihealth.or.th/Content/38422-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%87…%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1.html)

https://www.thairath.co.th/news/local/1611601

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือโทรสั่งซื้อสินค้า

ใส่ความเห็น