ค่าตับสูงสามารถเกิดขึ้นได้แม้ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากความเครียดเรื้อรังกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารคอร์ติซอล ทำให้เกิดภาวะ Stress Eating เปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นไขมันสะสมในตับ (ไขมันพอกตับ) และยังก่อให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกายและสามารถเข้าไปทำลายเซลล์ตับโดยตรง ส่วนการพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ตับไม่ได้ฟื้นฟูตัวเองในช่วงเวลาที่ดีที่สุด (01.00-03.00 น.) ซึ่งกลไกเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ค่าตับสูงจากความเครียด และแสดงอาการเตือน เช่น อ่อนเพลียเรื้อรัง แน่นท้อง ท้องอืด วิธีฟื้นฟูคือการนอนให้พอ (ก่อน 4 ทุ่ม), กินอาหารที่ดีต่อตับ, ออกกำลังกายเบา ๆ และเสริมด้วยอาหารเสริมบำรุงตับ
Table of Contents
ในช่วงอายุ 30-45 ปี หลายคนมุมานะ ทุ่มเททำงานเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว ยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจค่อนข้างผันผวน ราคาข้าวของแพงขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม หลายคนตื่นแต่เช้า นอนดึก กินข้าวหน้าคอม และอยู่กับความเครียดโดยไม่รู้ตัว บางคนมั่นใจว่า “เราไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสี่ยงโรคตับหรอก” แต่ความจริงคือ ความเครียดเรื้อรังและจากการนอนน้อย ก็สามารถทำลายตับได้เงียบ ๆ โดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
ความเครียด-นอนไม่พอ ทำให้ค่าตับสูงได้อย่างไร ?
ร่างกายของเราทำงานซับซ้อนกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับความบีบคั้นทางอารมณ์และจิตใจ ประกอบกับการพักผ่อนน้อย ก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ส่งผลต่อตับโดยตรง
ความเครียดส่งผลต่อร่างกายอย่างไร ?
- คอร์ติซอลพุ่งสูง ทำให้ร่างกายโหยหาของหวานและของมันมากขึ้น พฤติกรรม Stress Eating นี้เองที่เปลี่ยนน้ำตาลและแป้งให้กลายเป็นไขมันสะสมในตับ ทำให้เสี่ยงเป็นไขมันพอกตับในท้ายที่สุด
- การอักเสบทั่วร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันแปรปรวน นำไปสู่การหลั่งสารอักเสบ (Pro-inflammatory cytokines) ที่เข้าไปโจมตีเซลล์ตับโดยตรง
- ตับขาดออกซิเจน หลอดเลือดจะหดตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงตับลดลง เซลล์ตับจึงขาดออกซิเจนและผลิตอนุมูลอิสระออกมาทำลายเนื้อเยื่อตับตัวเอง
- พิษจากต่อมหมวกไต เมื่อต่อมหมวกไตทำงานหนักเกินไปจะหลั่งสารบางชนิดที่เป็นพิษต่อเซลล์ตับ ส่งผลให้ค่าตับสูงขึ้นได้แม้ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ
การพักผ่อนไม่เพียงพอมีผลเสียอย่างไรบ้าง ?
- ตับไม่ได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะช่วงเวลา 01.00-03.00 น. เป็นช่วงเวลาทองที่ตับจะฟื้นฟูตัวเอง และขับสารพิษออกจากร่างกาย หากว่าเรายังนั่งทำงานหรือนอนหลับไม่ลึก ก็จะทำให้ฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
- ระดับเมลาโทนินต่ำลง เมลาโทนินไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยให้หลับ แต่ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับตับ การนอนน้อยจึงทำให้วงจรฟื้นฟูตับหยุดชะงัก
- ไขมันพอกตับ งานวิจัยระบุชัดเจนว่า ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอมีความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับ (NAFLD) สูงกว่าคนที่นอนหลับอย่างมีคุณภาพอย่างมีนัยสำคัญ
กลไกเหล่านี้หากสะสมไปเรื่อย ๆ จะทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ไขมันพอกตับ ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ โดยไม่ต้องมีแอลกอฮอล์มาเกี่ยวข้องเลย

อาการเตือนภัย ตับเสียเพราะเครียดจัด-นอนน้อย
อาการของตับอักเสบจากความเครียดมักไม่แสดงออกอย่างรุนแรงในระยะแรก แต่จะค่อย ๆ ปรากฏหรือส่งสัญญาณให้เห็นเด่นชัดเรื่อย ๆ ดังนี้
- อ่อนเพลียเรื้อรัง แม้นอนพักผ่อนครบ 8 ชั่วโมงก็ยังรู้สึกไม่มีแรง ง่วงซึมระหว่างวัน
- ระบบย่อยอาหารแปรปรวน มีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือท้องอืดบ่อยครั้งหลังรับประทานอาหาร
- อาการทางกายภาพอื่น ๆ คันตามผิวหนังโดยไม่มีผื่น ตาและตัวเริ่มมีสีเหลือง (ดีซ่าน) หรือมีอาการเลือดหยุดไหลยาก
- ความผิดปกติบริเวณช่องท้อง อาการแน่นท้อง หายใจไม่สะดวก เกิดจากการที่ตับเริ่มมีอาการบวมพอง หรือมีแก๊สในทางเดินอาหารสะสมมากผิดปกติ จนเกิดภาวะพุงโต ท้องแข็ง
- นอนไม่หลับ หลังกดดันหรือใช้สมองหนัก ๆ ตับไม่สามารถช่วยผลิตเมลาโทนินได้เพียงพอ
- ภาวะแทรกซ้อน อย่างอาการกรดไหลย้อน ร่วมกับการจุกแน่นชายโครงขวา ซึ่งมักสัมพันธ์กับช่วงที่ทำงานหนักหรือใช้สมองอย่างเคร่งเครียด
วิธีฟื้นฟูตับ จากความเครียดและการนอนน้อย
หากคุณพบว่าตัวเองเริ่มมีอาการข้างต้น อย่าเพิ่งตกใจ เพราะว่าตับเป็นอวัยวะที่มหัศจรรย์และสามารถฟื้นฟูตัวเองได้หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างถูกวิธี
- นอนหลับให้เพียงพอ ควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม และนอนให้ลึกในช่วงตี 01.00-03.00 น. และปิดมือถือก่อนนอน 30 นาที เพื่อลดแสงสีฟ้า กระตุ้นเมลาโทนินให้สมดุล
- กินอาหารที่ดีต่อตับ เน้นผักใบเขียว ข้าวกล้อง ปลาย่าง ไข่ขาว ผลไม้ไม่หวานจัด ดื่มน้ำเปล่าให้มาก หลีกเลี่ยงของมัน ของทอด ของหวาน และแอลกอฮอล์
- ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินเร็ว โยคะ หรือยืดเหยียด 20-30 นาทีต่อวัน ช่วยลดไขมันสะสมในตับ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตไปยังตับ
- หาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น ทำสมาธิสั้น ๆ ฟังเพลงเบา ๆ เพื่อผ่อนคลาย หรือปลูกต้นไม้ การลดคอร์ติซอลจะช่วยให้ตับได้หายใจโล่งขึ้น
- ตรวจสุขภาพตับประจำปี โดยเฉพาะคนที่นอนน้อย เครียดจัด และกินไม่เป็นเวลา เพื่อเฝ้าระวังค่าเอนไซม์ตับ
- เสริมด้วยอาหารเสริมฟื้นฟูตับ ช่วยขับสารพิษและลดการอักเสบของเซลล์ตับ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าสะสม
ฟื้นฟูตับที่ถูกทำลายด้วยอาหารเสริมบำรุงตับจากธรรมชาติ Livplus
หากคุณคือคนหนึ่งที่ทำงานหนัก เครียดสะสม และนอนน้อย จนเริ่มมีอาการจุก เสียด แน่นท้อง กรดไหลย้อน หรือมีภาวะพุงโต ท้องแข็ง อย่าปล่อยให้สัญญาณเหล่านี้ลุกลามจนกลายเป็นโรคร้าย Livplus อาหารเสริมบำรุงตับ ตัวช่วยในการฟื้นฟูตับจากธรรมชาติ 100% ที่มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูเซลล์ตับที่ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระและความเครียด ช่วยขับสารพิษสะสมในร่างกาย ลดภาวะไขมันพอกตับ พร้อมทั้งเสริมระบบย่อยอาหารและระบบประสาทให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ติดต่อเราเพื่อขอคำแนะนำฟรี โทร. 098-264-2464 หรือทักแชตเพื่อสอบถามเพิ่มเติมที่ Facebook: Livplusthailand และ LINE OA : @livplusthailand
ข้อมูลอ้างอิง :
- Work from anywhere ไลฟ์สไตล์ New Normal ส่อแววเครียด. สืบค้นวันที่ 6 มกราคม 2568 จาก https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30363
- การทานยาบางชนิดและภาวะเครียด: สาเหตุของค่าตับสูงและวิธีดูแลตับให้แข็งแรง. สืบค้นวันที่ 6 มกราคม 2568 จาก https://www.bnhhospital.com/th/article/high-liver-enzymes-causes-and-liver-care
- สาเหตุและการสังเกต 5 อาการโรคตับ คนไม่ดื่มหนักก็เสี่ยงได้. สืบค้นวันที่ 6 มกราคม 2568 จาก https://www.bangkokhospital.com/th/pattaya/content/5-signs-liver-diseases-bph
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าตับสูงจากความเครียดและการนอนน้อย (FAQs)
เมื่อร่างกายมีความเครียดสูง หลอดเลือดจะหดตัว ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงตับลดลง เซลล์ตับจึงขาดออกซิเจนและผลิตอนุมูลอิสระออกมาทำลายเนื้อเยื่อตับตัวเอง ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้ค่าตับสูงขึ้นได้
ควรเลือกการออกกำลังกายแบบเบา ๆ เช่น การเดินเร็ว โยคะ หรือการยืดเหยียด ประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน การออกกำลังกายลักษณะนี้จะช่วยลดไขมันสะสมในตับ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตไปยังตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วงเวลา 01.00 - 03.00 น. เป็นช่วงเวลาทองที่ตับใช้ในการฟื้นฟูตัวเองและขับสารพิษ การตื่นหรือไม่หลับลึกในช่วงนี้จะทำให้ตับฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ และยังส่งผลให้ระดับเมลาโทนิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับตับ ลดต่ำลง ทำให้วงจรการฟื้นฟูตับหยุดชะงักได้