การตรวจสุขภาพตับ หรือ Liver Function Test คือการตรวจเลือดพื้นฐานที่สำคัญในการประเมินการทำงานของตับเพื่อหาความเสี่ยงของโรคตับอักเสบ ไขมันพอกตับ และตับแข็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยผู้ตรวจจำเป็นต้องงดอาหารและน้ำอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมงเพื่อให้ผลตรวจแม่นยำที่สุด ทั้งนี้ ความเข้าใจผิดที่ว่าโรคตับเกิดเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หนัก อาจทำให้หลายคนละเลยการตรวจ จนกระทั่งเกิดความเสียหายรุนแรง การรู้เท่าทันสัญญาณเตือน และตรวจเช็กค่าตับเป็นประจำ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพดี
Table of Contents
การตรวจสุขภาพตับ หรือ Liver Function Test คือการตรวจเลือดพื้นฐานที่ช่วยประเมินการทำงานของตับ ว่าตับยังทำหน้าที่ได้ดีหรือไม่ เช่น การขับสารพิษ การย่อยไขมัน และการผลิตโปรตีนสำคัญต่าง ๆ
หลายคนอาจเข้าใจว่าการตรวจนี้มีความซับซ้อน แต่ในความจริงสามารถทำได้ง่ายและให้ข้อมูลสำคัญต่อการดูแลสุขภาพระยะยาว โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงค่าตับสูง ดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ
Liver Function Test คืออะไร ?
Liver Function Test คือ การเจาะเลือดเพื่อตรวจวัดระดับเอนไซม์และสารเคมีบ่งชี้สุขภาพตับ ช่วยให้เราทราบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น ภาวะตับอักเสบ ไขมันพอกตับ หรือตับแข็ง ก่อนที่จะลุกลามจนรักษายาก โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการผิดปกติ อย่างอาการเหนื่อยง่าย ตัวเหลือง หรือแน่นบริเวณชายโครงขวา ควรเข้ารับการตรวจตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง และหาแนวทางฟื้นฟูตับอย่างเหมาะสม
Liver Function Test มีอะไรบ้าง ?
ในการตรวจค่าการทำงานของตับ แพทย์จะพิจารณาค่าหลัก ๆ ต่อไปนี้
- AST (SGOT) และ ALT (SGPT) : เอนไซม์ที่บ่งบอกความเสียหายของเซลล์ตับ หากค่าสูงกว่าปกติ แสดงว่าตับอาจอักเสบ
- ALP (Alkaline Phosphatase) : เอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับทางเดินน้ำดี หากสูง อาจบ่งบอกถึงภาวะท่อน้ำดีอุดตัน
- GGT (Gamma GT) : ใช้ตรวจหาความผิดปกติของทางเดินน้ำดี และมักเพิ่มขึ้นเมื่อดื่มแอลกอฮอล์บ่อย
- Bilirubin : สารสีเหลืองจากเม็ดเลือดแดง หากตับทำงานผิดปกติ จะทำให้บิลิรูบินคั่งในเลือด เกิดอาการตัวเหลือง
- Albumin และ Total Protein : โปรตีนที่ผลิตจากตับ ใช้ประเมินความสามารถในการสร้างโปรตีนของร่างกาย
การเตรียมตัวก่อนตรวจและวิธีอ่านผล
เพื่อให้การตรวจค่าตับของคุณได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องและนำไปสู่การรักษาหรือฟื้นฟูที่ตรงจุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
- งดอาหารและเครื่องดื่ม : ควรงดอาหารและน้ำอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง ก่อนการเจาะเลือด เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเอนไซม์หรือระดับน้ำตาลในเลือดคลาดเคลื่อน
- การตรวจเพิ่มเติมหากพบความผิดปกติ : หากผลตรวจระบุว่ามี “ค่าเอนไซม์ตับสูง” แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจซ้ำ หรือส่งตรวจ อัลตราซาวด์ตับ (Ultrasound) เพื่อประเมินภาวะไขมันพอกตับหรือพังผืดในตับเพิ่มเติม
- การแปลผลโดยผู้เชี่ยวชาญ : การอ่านค่าเลือดต้องพิจารณาร่วมกับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมส่วนบุคคล เช่น
- การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- การใช้ยารักษาโรคบางชนิดที่ส่งผลต่อตับ
- พฤติกรรมการทานอาหารที่มีไขมันสูงหรือน้ำตาลสูง
สัญญาณที่ควรตรวจ Liver Function Test เป็นประจำ
- ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง
- เคยมีประวัติตับอักเสบ หรือไวรัสตับอักเสบ
- มีอาการอ่อนเพลีย ตัวเหลือง หรือแน่นท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ
Case Study : อายุน้อยก็เสี่ยงได้ บทเรียนจากเคส “คุณเหนิง” กับภาวะค่าตับสูงเกินคาด
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า โรคตับเป็น “โรคของผู้สูงอายุ” หรือโรคของคนที่ดื่มแอลกอฮอล์หนักเท่านั้น แต่เคสของคุณเหนิง (ต้าเหนิง – กัญญาวีร์) เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะอายุน้อยและดูสุขภาพดีจากภายนอก แต่หากละเลยการตรวจสุขภาพเป็นเวลานาน ก็อาจพบภาวะ “ค่าตับสูงมาก” และโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้โดยไม่รู้ตัว
- ภัยเงียบที่มาพร้อมไลฟ์สไตล์ : แม้อายุน้อย แต่การทำงานหนัก พักผ่อนน้อย และรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล สามารถส่งผลให้ตับทำงานหนักจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง
- อย่ารอให้ “ป่วยหนัก” แล้วค่อยตรวจ : คนส่วนใหญ่มักละเลยการตรวจ Liver Function Test เพราะคิดว่าร่างกายยังไหว แต่สำหรับเคสนี้ กว่าจะตรวจเจอก็พบว่าร่างกายแบกรับโรคไว้หลายอย่างแล้ว ซึ่งหากปล่อยไว้นานกว่านี้อาจกลายเป็นภาวะตับแข็งหรือตับวายได้
- จุดเปลี่ยนสำคัญ : เคสนี้ย้ำเตือนว่า “อายุ” ไม่ใช่ตัวการันตีสุขภาพตับ การตรวจเช็กตั้งแต่วันที่ยังไม่มีอาการ คือหนทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้โรคลุกลามจนรักษายาก
หากคุณรู้สึกว่า เริ่มมีอาการอ่อนเพลียผิดปกติ แน่นชายโครงขวา ตัวเหลือง ตาเหลือง ควรรีบตรวจสุขภาพตับเพิ่มเติม เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของค่าตับผิดปกติ ที่นำไปสู่โรคตับอักเสบหรือไขมันพอกตับได้
Livplus x N Health : พิสูจน์ผลลัพธ์สุขภาพตับด้วยมาตรฐานระดับสากล
เพราะความเชื่อมั่นในสุขภาพตับควรวัดผลได้ด้วยหลักฐานทางการแพทย์ Livplus ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลตับ เราจึงยึดถือมาตรฐานความปลอดภัยและการพิสูจน์ผลลัพธ์เป็นหัวใจสำคัญ เราเชื่อว่าการดูแลตับที่ดีที่สุดต้องไม่ใช่แค่คำบอกเล่า แต่ต้องเป็น “ความจริงที่ตรวจสอบได้”
ด้วยเหตุนี้ เราจึงร่วมมือกับ N Health ผู้นำด้านการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ (Medical Laboratory) ที่ให้บริการแก่โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS ทั่วประเทศ เพื่อมอบสิทธิ์การตรวจสุขภาพตับ (Liver Function Test) ให้แก่ลูกค้าของเรา
- มาตรฐานระดับโรงพยาบาล : มั่นใจในความแม่นยำด้วยเทคโนโลยีการวิเคราะห์เดียวกับโรงพยาบาลมาตรฐานสากล
- พิสูจน์ผลลัพธ์จริง : ให้คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงของค่าตับ (ALT, AST, ALP) ก่อนและหลังการดูแลอย่างเป็นรูปธรรม
- การันตีความปลอดภัย : ให้คุณมั่นใจว่าสุขภาพตับของคุณจะได้รับการดูแลด้วยมาตรฐานสูงสุด
สิทธิพิเศษสำหรับคุณ : อย่าปล่อยให้ความกังวลใจเป็นอุปสรรคต่อการมีสุขภาพดี พิสูจน์ผลลัพธ์การดูแลตับด้วยตัวคุณเองวันนี้ รับสิทธิ์ตรวจสุขภาพตับฟรี ! เมื่อสั่งซื้อ Livplus ตามเงื่อนไขที่กำหนด
Livplus ขอแนะนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงตับจากสารสกัดธรรมชาติ เช่น อาร์ติโชค ขมิ้นชัน และใบแปะก๊วย ที่ช่วยลดการอักเสบ ฟื้นฟูเซลล์ตับจากความเสียหาย และเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพตับได้ฟรี โทร. 098-264-2464
หรือทักหาเราได้ที่ Facebook: Livplusthailand และ LINE OA: @Livplusthailand
ข้อมูลอ้างอิง :
- ค่าตับสูงต้องดูแล เช็คลิสต์สาเหตุที่ส่งผลต่อสุขภาพตับ. สืบค้นวันที่ 6 มกราคม 2568 จาก https://www.bangkokhospital.com/th/pattaya/content/caused-of-elevated-liver-enzymes-bph
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Liver Function Test (FAQs)
การตรวจ Liver Function Test คือ การเจาะเลือดเพื่อวัดระดับเอนไซม์และโปรตีนต่าง ๆ ที่ตับผลิตขึ้น เพื่อประเมินว่าตับยังคงทำงานได้ปกติหรือไม่ รวมถึงใช้ตรวจหาความเสียหายของเซลล์ตับในระยะเริ่มต้น เช่น ภาวะตับอักเสบ หรือไขมันพอกตับ ก่อนที่จะมีอาการรุนแรง
ในการตรวจพื้นฐานจะประกอบด้วยค่าสำคัญ เช่น ALT และ AST (บ่งบอกการอักเสบ), ALP (บ่งบอกปัญหาทางเดินน้ำดี), Bilirubin (ค่าเหลือง) และ Albumin (ระดับโปรตีน) ซึ่งการดูค่าเหล่านี้ร่วมกันจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยสุขภาพตับได้อย่างครอบคลุม
เพื่อให้ผลตรวจแม่นยำที่สุด ผู้เข้ารับการตรวจควรงดอาหารและน้ำทุกชนิด อย่างน้อย 8-12 ชั่วโมงก่อนการตรวจเลือด และควรแจ้งแพทย์หากมีการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นประจำ เนื่องจากอาจส่งผลต่อค่าเอนไซม์ตับได้